Tuesday, August 16, 2011

รัก ภาษาอังกฤษ

รัก ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่าอะไรได้บ้าง? ที่จริงแล้วคำว่า "love" ก็ถือว่าตรงที่สุดแล้วครับ แปลว่า "รัก" ตรงตัว แต่ก็ยังมีอีกบางคำที่มีความหมายเกี่ยวกับความรักที่เราน่าจะรู้ไว้ อย่างเช่น คำว่า "affection" หรือ คำว่า "intimate","intimacy"

"การแสดงความรัก" ภาษาอังกฤษใช้คำว่า affection
affection = how you show your love
หรือถ้าไปเปิดดิกบางเล่มดูอาจพบว่า คำนี้แปลว่า "ความรัก" ตรงตัวเลยก็ได้นะครับ แต่ในการใช้จริงๆแล้วส่วนใหญ่จะหมายถึงการแสดงความรักครับ เช่น การกอด การจับมือ หรือ การแสดงท่าที การพูดคุยที่แสดงอารมณ์รัก การแสดงออกเหล่านี้แหละครับ เรียกว่า affection

ตัวอย่างเช่น
He said he love me, but he didn't show me any affection.
คือเขาได้แต่พูดว่ารัก แต่ไม่ได้แสดงออกถึงความรักต่อฉันเลย

อีกคำหนึ่งคือ intimate หรือ intimacy
intimate เป็น Adj แปลว่า ใกล้ชิดสนิทสนม(ในทางชู้สาว)
intimacy เป็น Noun แปลว่า ความใกล้ชิดสนิทสนม(ในทางชู้สาว)

มีความหมายออกไปทางความสัมพันธ์ทางชู้สาว

ตัวอย่างการใช้เช่น
He wants to be more intimate with her.
เขาอยากจะใกล้ชิดหรือมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเธอมากกว่านี้

แต่คำว่า "รัก" ในภาษาอังกฤษที่มีความหมายกว้างและครอบคลุมถึงความรักทุกประเภท ก็คือว่าว่า love นั่นแหละครับ รักพ่อแม่ รักลุก รักเพื่อน รักงาน รักภาษาอังฤษ รักอะไรๆ ได้หมดครับ 

Sunday, June 5, 2011

soon แปลว่า

soon แปลว่า "ในไม่ช้า" "เร็วๆนี้" ตัวอย่างเช่น

Every time she bought a fruit cake and put it in the refrigerator, it was soon get eaten by her children.
ทุกครั้งที่เธอชื้อฟรุ๊ตเค้กมาและใส่ไว้ในตู้เย็น ในไม่ช้ามันก็จะถูกกินโดยลูกๆของเธอ

หรืออย่างที่เราเห็นบ่อยๆในโรงหนัง
Coming soon แปลว่า กำลังจะมาในเร็วๆนี้

การใช้ soon อีกแบบหนึ่งที่พบบ่อยก็คือ "as soon as" ในกรณีนี้จะแปลว่า "ในทันทีที่"

As soon as I saw him, I knew that he was a police.
ในทันทีที่ฉันเห็นเขา ฉันก็รู้ทันทีว่าเขาเป็นตำรวจ

หรือย่างประโยคแบบนี้ ใช้กันบ่อยในที่ทำงานครับ

Please send me the document as soon as possible.
กรุณาส่งเอกสารให้ผมเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

I want to speak English fluently as soon as possible.
ฉันอยากจะพูดภาษาอังกฤษคล่อง เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

หลายคนคงคิดแบบนี้ใช่ไหมครับ ...แน่นอนครับหากฝึกฝนถูกวิธีแล้วละก็พูดได้แน่นอน ส่วนเรื่องระยะเวลาในการฝึกฝนจนกระทั่งใช้การได้ เราอาจจะเคยได้ยินกันมาจากสถาบันต่างๆ ว่าต้องใช้เวลาเท่านั้นเท่านี้แตกต่างกันไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการฝึกและพื้นฐานของแต่ละคน

อย่างไรก็ตามในเรื่องของการฝึกภาษานั้น ความสำเร็จไม่ได้มาในชั่วข้ามคืนครับ ต้องอาศัยการสะสม ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็ต้องกินระยะเวลาเป็นเดือนๆ ถึงจะเห็นหน้าเห็นหลังชัดเจน บางคนเรียนภาษาอังกฤษมานาน แต่ยังพูดไม่ได้ เป็นเรื่องธรรมดาครับ ธรรมดามากๆ

ถ้าจะให้พูดได้แน่ๆ ก็อย่างที่รู้ๆกัน คือต้องไปอยู่เมืองนอกซักพักครับ พูดไม่ได้ให้มันรู้ไป ถ้าไม่มีเงินไปเมืองนอกก็ไม่ได้แปลว่าจะหมดหนทางนะครับ มันก็มีอีกวิธีหนึ่ง คือ ต้องฝึกฝน"อย่างถูกวิธี"ครับ เราอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างเมืองนอก แต่หากเราตั้งใจฝึกฝนอย่างถูกวิธีเราก็สามารถพูดได้ครับ

Good luck! See you soon แปลว่า "แล้วพบกันใหม่เร็วๆนี้" หรือ "แล้วเจอกัน" ครับ

Monday, May 23, 2011

พูดอังกฤษไม่เก่ง ทำยังไงดี

พูดอังกฤษไม่เก่ง ไม่รู้จะฝึกยังไงดีใช่ไหมครับ
ชีวิตของคุณอาจเปลี่ยนไป! หากคุณได้เรียนรู้เคล็ดลับต่อไปนี้


หากคุณพูดอังกฤษไม่เก่ง และกำลังหาหนทางที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อความก้าวหน้าในชีวิตอยู่ละก็ ลิงค์นี้มีคำตอบ ลองเข้าไปดูเลยครับ มันคือเคล็ดลับการฝึกภาษาอังกฤษ 7 ข้อที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณ!

นี่คือแนวทางใหม่ในการฝึกสนทนาภาษาอังกฤษ ที่เจ้าของคอร์สผู้คิดค้นเขารับประกันความพอใจคืนเงิน 100% ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง ภายในเวลาประมาณ 6 เดือนจะเห็นพัฒนาการอย่างชัดเจน 

ในคอร์สทดลองเรียน เขาจะบอกเคล็ดลับกับเราวันละข้อ ทั้งหมด 7 ข้อ แต่ละข้อก็จะมี VDO ให้ดู มี MP3 ให้ download พร้อม Text Guide (ถอดเทป MP3) ประกอบ โดยในระหว่างที่เรียนเคล็ดลับแต่ละข้อนั้นก็จะเป็นการสอนให้เราฝึกไปในตัวด้วยครับ

คอร์สนี้เหมาะสำหรับผู้ที่อ่านภาษาอังกฤษได้พอสมควร เพราะคนสอนเป็นอเมริกันครับ เขาสอนเป็นภาษาอังกฤษ เอาเป็นว่าถ้าอ่านเว็บไซต์ของเขารู้เรื่อง ฟังเขาอธิบายเคล็ดลับที่มี text ประกอบออก ก็ใช้ได้แล้วครับ เขาจะสอนแบบเริ่มจากง่ายๆและค่อยๆให้เราพัฒนาขึ้น เขารู้ครับว่าเรายังไม่เก่ง

พอครบ 7 วันคุณจะซื้อคอร์สเต็มของเขาหรือไม่ก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ
คอร์สที่เขาขายก็จะเป็น MP3 พร้อม Text Guide ชุดใหญ่ ให้ download ซึ่งก็ใช้หลักการ 7 ข้อที่เขาได้บอกมาทั้งหมดในการสอน ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงไปกว่าการไปเรียนตามสถาบันเลยครับ

หลักใหญ่ใจความที่ผมจะขอเกริ่นให้ฟังคร่าวๆก็คือ

การจะพูดได้คล่องไม่ได้มาจากการอ่านมากๆ ไม่ได้มาจากการศึกษากฏแกรมม่ามากๆ
แต่การฝึกฟังที่ถูกวิธีเท่านั้น! ที่จะส่งผลให้เราสามารถพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ

กฏสำคัญเบื้องต้นคือ

ห้าม ! ฟังโดยที่รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง
ห้าม ! ฟังโดยยังไม่ได้อ่านซับไตเติ้ลจนเข้าใจ 100% ก่อนทั้งคำศัพท์และความหมายโดยรวมของทั้งประโยค
เวลาดูหนังควรดูทีละซีน แกะให้รู้เรื่องทีละซีนสั้นๆ เมื่อดูซีนนั้นจนแน่นปึ้กแล้วค่อยดูซีนถัดไป
เมื่อเข้าใจแล้ว ให้ฟังซ้ำหลายๆรอบในสิ่งที่รู้เรื่องแล้ว โดยเฉพาะประโยคหากินที่คุณต้องใช้

ต้องใจเย็นๆครับ ยิ่งรีบยิ่งช้า แล้วคุณจะพัฒนาอย่างรวดเร็วเกินคาด
ที่พูดมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของขั้นตอนทั้งหมดเท่านั้นครับ

ต้องฝึกฟังอย่างไรถึงจะทำให้พูดอังกฤษได้อย่างอัตโนมัติ?

Saturday, May 21, 2011

gonna แปลว่าอะไร

gonna แปลว่า "จะ","กำลังจะ" มาจากคำว่า "going to" นั่นเองครับ

เป็นภาษาพูด คือฝรั่งจะนิยมรวบเสียงเวลาพูดเร็วๆครับ เวลาพูดกันในชีวิตประจำวันจะนิยมพูด "gonna" ถ้าอ่านหนังสือหรือบทความแล้วเจอคำว่า gonna แปลว่าเขาเอาภาษาพูดมาใช้ ส่วน "going to" เอาไว้ใช้เวลาเขียนเป็นงานเป็นการครับ

ซึ่ง gonna จะใช้คู่กับ Verb to be ในรูปแบบของ Future Tense ดังนี้

I'm gonna write the article. = I am going to write the article.
ฉันกำลังจะเขียนบทความ

You're gonna read this article. = You are going to read this article.
คุณกำลังจะอ่านบทความ

She's gonna do her home work. = She is going to do her home work
เธอกำลังจะทำการบ้าน

เวลาใช้คู่กับ verb to be ฝรั่งก็จะรวบเสียง verb to be คือ is / am / are เข้ากับประธานของประโยคด้วย

อย่างคำว่า "is" ก็ออกเสียง แค่ "S" ต่อท้ายคำที่เป็นประธานของประโยค
คำว่า "am" ก็ออกเสียงแค่ "M"
"I'm" ก็ออกเสียงเป็น "ไออึม" หรือ "อัม" ไปเลย เป็น "อัม กอนนา" จะไม่พูด "ไอ แอม กอนนา" ถ้าจะพูดแบบถูกต้องเป็นงานเป็นการก็ต้อง "ไอ แอม โกอิ้ง ทู" ไปเลย ซึ่งโดยปกติฝรั่งก็จะไม่พูดกัน

เมื่อพูดถึง future tense แล้ว will  อีกคำที่มักจะรวบเสียง คือ "will" อย่างเช่น

I'll = I will
He'll = He will
They'll = They will

ก็จะออกเสียงแค่เสียงแอลต่อท้ายเท่านั้น คล้ายๆกับเสียง "อึล" เป็น "ไออึล" "ฮีอึล" "เดอึล" ซึ่งเสียงตัวแอลแบบนี้บางทีทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยฟังยากเหมือนกันครับ แต่ฝรั่งเขาพูดกันแบบนี้

will แปลว่า "จะ" ส่วน gonna แปลว่า "จะ" หรือ "กำลังจะ" ก็ได้

นอกจาก "Gonna" แล้วยังมีอีกคำหนึ่งที่นิยมรวบเสียงเวลาพูดเร็วๆ คือ "Wanna"
"wanna" = "want to" นั่นเอง

ส่วนใหญ่คนไทยหรือชาวต่างชาติอื่นๆที่ไม่ใช่เจ้าของภาษาจะไม่ค่อยชินและมักจะพูดเป็นคำๆชัดเจน
ถ้าได้ยินใครพูด wanna หรือ gonna แปลว่าเขาต้องคุ้นเคยกับการใช้ภาษาอังกฤษคุยกับชาวต่างชาติพอสมควรครับ

Friday, May 20, 2011

to แปลว่าอะไรได้บ้าง และใช้อย่างไร

to แปลว่า ถึง, ไปยัง, จนถึง, ให้, เพื่อ, ที่จะ

PREP/ADV ง่ายๆคำนี้ มีคำแปลได้มากมาย ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้มันในรูปแบบใด

โดยทั่วไป เมื่อใช้เป็น Adverb คู่กับคำกริยา "to" ใช้ในการบอกถึง จุดหมาย หรือ วัตถุประสงค์ ของกริยานั้นๆ เมื่อเข้าใจตรงนี้แล้ว หากต้องการจะแปลเป็นไทยก็สามารถแปลให้สละสลวยได้ตามความเหมาะสม ดังตัวอย่างต่อไปนี้

to แปลว่า ถึง,ไปยัง ตัวอย่างเช่น

I send the email to you.
ฉันส่งอีเมลถึงคุณ

I drive to my office.
ฉันขับรถไปยังที่ทำงาน

แปลว่า ให้ ตัวอย่างเช่น

I tell them to read that book.
ฉันบอกให้พวกเขาอ่านหนังสือเล่มนั้น

แปลว่า เพื่อ ตัวอย่างเช่น

I go to school to learn English.
ฉันไปโรงเรียนเพื่อจะเรียนภาษาอังกฤษ

แปลว่า ที่จะ ตัวอย่างเช่น

I want to eat.
ฉันต้องการที่จะกิน

I try to do the homework.
ฉันพยายามที่จะทำการบ้าน

การใช้ในรูปแบบบุพบท แปลว่า ไปถึง,จนถึง เช่น

We work from Monday to Friday.
เราทำงานตั้งแต่วันจันทร์จนถึงวันศุกร์

I count the number from 1 to 10.
ฉันนับเลขจาก 1 ถึง 10

การรู้ว่า "to แปลว่าอะไร" ไม่สำคัญเท่ากับรู้ว่า "to ใช้อย่างไร"
การรู้ว่าศัพท์คำหนึ่งแปลว่าอะไร ไม่สำคัญเท่ากับการรู้ว่าจะใช้มันอย่างไร คือรู้หลักแกรมม่านั่นเอง
แต่การศึกษาแกรมม่าเพื่อใช้ในการสนทนาภาษาอังกฤษ ควรเป็นการเรียนรู้ด้วยวิธีที่เป็นธรรมชาติ เรียนรู้จากตัวอย่างการใช้จริง ยิ่งมีสถานการณ์จริง หรือเรื่องราวที่น่าสนใจที่เชื่อมโยงกัน ยิ่งจะทำให้เราเข้าใจวิธีใช้ได้ดีขึ้น จำได้ และนำไปใช้ได้ครับ

Thursday, May 19, 2011

so แปลว่าอะไร ใช้อย่างไร

So แปลว่า "ดังนั้น" / "เพื่อว่า" / "เช่นนั้น" / "มาก"

คำว่า "so" เป็นคำที่ใช้ได้หลายรูปแบบหลายความหมาย ดังนี้

1. so แปลว่า "ดังนั้น" ตัวอย่างเช่น

I have the password, so I can use this computer.
ฉันมีพาสเวิร์ด ดังนั้นฉันสามารถใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ได้
I don't understand. So I have to ask the teacher.
ฉันไม่เข้าใจ ดังนั้นฉันจึงต้องถามอาจารย์

2. so แปลว่า "เพื่อว่า" ตัวอย่างเช่น

I will give you the password, so you can use this computer.
ฉันจะให้พาสเวิร์ดกับคุณ เพื่อว่าคุณจะได้สามารถใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้

หรือจะใช้ "so that" ก็ได้ ก็แปลว่า "เพื่อว่า" เช่นกัน

He gives them money so that they will help him.
เขาให้เงินคนเหล่านั้น เพื่อว่าคนเหล่านั้นจะได้ช่วยเขา

3. so แปลว่า "เช่นนั้น" ตัวอย่างเช่น

Q: Do you agree with me?
คุณเห็นด้วยกับฉันไหม
A: I think so.
ฉันก็คิดเช่นนั้น

She meditates everyday.
เธอทำสมาธิทุกวัน
It's good to do so.
มันเป็นการดีที่ทำเช่นนั้น

4. so แปลว่า "มาก" ตัวอย่างเช่น

He speak so fast.
เขาพูดเร็วมาก

หากใช้คู่กับคำว่า that จะหมายถึง "มากเสียจนกระทั่ง"

He speak so fast that nobody can understand him.
เขาพูดเร็วมากเสียจนกระทั่งไม่มีใครเข้าใจเลย

บางทีคำที่เรามองว่าเป็นคำง่ายๆก็มีวิธีใช้ที่หลากหลาย และสร้างความสับสนได้เหมือนกันนะครับ

Saturday, May 14, 2011

See someone through หมายความว่าอะไร

See someone through หมายความว่า อยู่เคียงข้าง ให้ความช่วยเหลือ ในเวลาที่ประสบปัญหา ตัวอย่างเช่น

When I was young, my mother saw me through many diseases.
ตอนทีฉันยังเด็ก แม่ฉันคอยดูแล ไม่ทิ้งฉัน ในเวลาที่ฉันป่วยเป็นโรคต่างๆ

She has seen him through cancer.
เธออยู่เคียงข้างเขา ช่วยเหลือเขา ไม่ทิ้งเขา ในยามที่เขาป่วยเป็นมะเร็ง

ภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวันมีวลีในลักษณะนี้เยอะมาก แม้ว่าเราจะแปลศัพท์แต่ละคำได้หมด ก็ไม่สามารถจะเข้าใจความหมายโดยรวมของประโยคได้ หากต้องการรู้ความหมายของวลีเหล่านี้ต้องหาจากดิกสำหรับ idiom / phrase ครับ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็น ดิกที่แปลอังกฤษเป็นอังกฤษ อีกทางหนึ่งคือจากตำรา หรือจากการอธิบายของเจ้าของภาษา

อย่างที่ผมเอามาลงนี้ ก็ได้มาจากการอธิบายของเจ้าของภาษา(อาจารย์ของผมเองครับ) เขาก็อธิบายง่ายๆอย่างนี้ครับ

"To see someone through" means "you helped them with" ...means "you stayed with them ,and you
helped them".

So ... "I see him through cancer" means "I stayed with him and helped him when he had cancer."
"When he had cancer, I did not leave. I stayed and I helped him".

ยังมีวลีแบบนี้อีกมากวันหลังจะทยอยนำมาลงอีกครับ